วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีรับมือกับสึนามิ

ควรจะรับมือกับสึนามิอย่างไร

ก่อนเกิดสึนามิ

        เราต้องรู้ว่าบ้านของเราสูงกว่าระดับน้ำทะเลเท่าไหร่ จะรอดพ้นจากซึนามิหรือไม่ และเรายังต้องทำความคุ้นเคยกับสัญญาณเตือนภัยซึนามิเมื่อถึงเวลาจะได้เตรียมรับมือทันและให้แน่ใจว่าสมาชิกในครอบครัวรู้จักเตรียมตัวอย่างดีเพียงพอ เรายังต้องแผนอพยพไว้ในใจว่าถ้าเกิดขึ้นเราควรหนีไปที่ใด เส้นทางไหนดี อย่าลืมปิดแก๊ส ปิดไฟฟ้าและเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อม เช่น อาหาร ไฟฉาย รองเท้า เงินสด ฯลฯ รวมทั้งมีแผนฉุกเฉินในการติดต่อรวมถึงเป้าหมายการติดต่อ

ระหว่างเกิดสึนามิ
        
รับฟังข่าวสารจากวิทยุ โทรทัศน์ เอสเอ็มเอส หรือวิทยุที่ใช้ถ่าน เพราะไฟฟ้าและมือถืออาจใช้การไม่ได้ หรืออื่น ๆ เพื่อการวางแผนอพยพ พยายามอยู่ห่างจากชายหาดให้มากที่สุดและกลับเข้าที่พักต่อเมื่อได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าปลอดภัย ทั้งนี้เพราะซึนามิเป็นกระแสคลื่นที่ไม่ใช่ลูกเดียว ลูกต่อ ๆ มาอาจรุนแรงกว่าลูกแรก แต่ละลูกจะมาห่างกัน 10-45 นาที 
หลังเกิดสึนามิ
        ยังคงติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องเพื่อทราบแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพยายามอยู่ห่างจากอาคารที่ถูกกระทบเพราะอาจพังลงมาได้อีก ยิ่งกว่านั้นทางองค์กรฯ ยังเตือนอย่างละเอียดอีกเช่นว่า เวลากลับเข้าบ้านต้องระมัดระวังอาจเกิดการพังทลายของโครงสร้าง อย่าเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าจนกว่าทางการจะแจ้ง เปิดหน้าต่าง ประตูเพื่อไล่ความชื้น ตักโคลนที่ยังเปียกออกก่อนแห้ง และตรวจดูว่าอาหารยังมีอยู่มากน้อยเพียงใดและน้ำประปายังสามารถใช้ได้หรือไม่ 

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสึนามิ
        สิ่งก่อสร้างที่สูงไม่เกิน15 เมตรจากระดับน้ำทะเลและตั้งอยู่บนพื้นราบในระยะจากชายหาด 1.5 กิโลเมตรมีโอกาสจะถูกคลื่นซึนามิซัดได้ อาคารที่เราพบว่าน้ำลงเร็วผิดปกติ คืออาการของคลื่นซึนามิ เช่น ประมาณ 500 เมตรจากฝั่งที่พบที่ภูเก็ต คนเสียชีวิตจากคลื่นซึนามิมักเกิดจากการจมน้ำ ในการบริจาคสิ่งของ จะต้องมีการเตรียมแผนการแจกจ่าย และอาสาสมัครกู้ภัยควรมาจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือและได้รับการฝึกฝนมาดี

สำคัญที่สุดคือชุมชน
  
      ชุมชนควรได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องถึงซึนามิ คล้ายกับในญี่ปุ่นที่มีการเตรียมตัวมานับสิบปีก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโกเบปี 2538 ชาวบ้านควรได้รับความรู้และมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้แตกตื่นและยังจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่น เช่น นักท่องเที่ยวได้ด้วย การออกข่าวสารผ่านสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การศึกษานั้นไม่ใช่การรบกวนบรรยากาศการลงทุนทางธุรกิจแต่จะกลับเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจและนักท่องเที่ยวมากกว่า ความเสียหายของไทยมูลค่า 40,000 ล้านบาทหรือเท่ากับจีดีพี 0.3% นั้นเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้น ค่าเสียหายทางอ้อมยังต้องประเมินให้ละเอียดกว่านี้